บทสัมภาษณ์พิเศษกับ มิกะ โคบายาชิ (Mika Kobayashi) นักร้องและนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น ผู้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในแวดวงอนิเมะจากการเป็นนักพากย์และนักร้องนำในเพลงประกอบอนิเมะหลายเรื่องที่แต่งโดย ฮิโรยูกิ ซาวาโนะ (Hiroyuki Sawano) ไม่ว่าจะเป็น Attack on Titan, Kill la Kill, Kabaneri of the Iron Fortress, Guilty Crown, Blue Exorcist และ Aldnoah.Zero
ประสบการณ์การแสดงในต่างประเทศและแนวคิดทางดนตรี
เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกในการแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศ โคบายาชิตอบว่าแฟนๆ ในต่างประเทศมีความตรงไปตรงมาและแสดงออกถึงความสนใจในผลงานอย่างเปิดเผย แม้ว่าบางครั้งจะไม่รู้จักเธอหรือเพลงของเธอมาก่อนก็ตาม นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมงานกับกลุ่มนักแสดงซามูไร KAMUI โดยเธอเปรียบเทียบว่า ในขณะที่ละครเวทีเรื่องยาวสองชั่วโมงมีโครงเรื่องเด่นชัด แต่การร้องเพลงร่วมกับการแสดงของ KAMUI ตัวนักร้องจะทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้บรรยายความรู้สึกของซามูไรเหล่านั้น
เหตุผลในการเดินบนเส้นทางศิลปินอิสระ
โคบายาชิได้ก่อตั้งค่ายเพลงของตนเองในชื่อ 'miccabose' โดยเธอเปิดเผยว่าข้อดีที่สุดของการเป็นศิลปินอิสระคือ การสามารถทำตามการตัดสินใจของตัวเองและบริหารจัดการผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนตามความเห็นของคนอื่นในค่ายเพลงใหญ่
เบื้องหลังการถ่ายทอดอารมณ์ในเพลงอนิเมะชื่อดัง
เมื่อพูดถึงพลังเสียงอันโดดเด่นของเธอที่เข้ากับฉากต่อสู้ในอนิเมะ โคบายาชิมองว่าเป็นเพราะเธอมีน้ำเสียงที่แข็งแกร่ง และฉากต่อสู้ก็เปิดโอกาสให้ถ่ายทอดอารมณ์ที่หลากหลาย เช่น ความโกรธและความเศร้า ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เธอเคยสัมผัสในชีวิตจริง
สำหรับเพลง “Attack on Titan” เธอเล่าว่าฮิโรยูกิ ซาวาโนะ ได้อธิบายเรื่องราวของไททันให้ฟัง เธอจึงจินตนาการถึงความรู้สึกของการต่อสู้กับชะตากรรมที่ไม่อยากเป็นไททัน ส่วนเพลง “Bauklotze” ที่ใช้ภาษาเยอรมัน ซาวาโนะเลือกใช้ภาษานี้เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่เข้าใจทันที ทำให้เกิดบรรยากาศลึกลับและสื่ออารมณ์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โคบายาชิยังเผยว่าเธอชื่นชอบการร้องเพลงด้วยภาษาของประเทศที่ไปแสดงเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับแฟนๆ และในอนาคตยังมีความตั้งใจที่จะร้องเพลงด้วยภาษาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญหาย เพื่อช่วยอนุรักษ์ภาษานั้นไว้ด้วย
ความทรงจำในเพลง Kill la Kill และ Kabaneri of the Iron Fortress
ในส่วนของเพลง “Before my body is dry” จากอนิเมะ Kill la Kill โคบายาชิยอมรับว่าตอนที่อัดเสียงเธอไม่ทราบมาก่อนว่าจะใช้กับอนิเมะเรื่องใด แต่เชื่อมั่นในพลังของตัวเพลง และยินดีอย่างยิ่งที่ผลงานออกมาเข้ากันได้ดีกับตัวอนิเมะ รวมถึงประโยคฮิต 'Don’t lose your way' ที่แฟนๆ มักใช้เรียกแทนชื่อเพลง
ปิดท้ายด้วยเพลง “Through My Blood” จากอนิเมะ Kabaneri of the Iron Fortress โคบายาชิระบุว่า แม้จะมีบรรยากาศโลกวันสิ้นโลกคล้ายกับ Attack on Titan แต่เนื่องจากใช้ทีมสร้างและผู้คอมโพสคนเดียวกัน ทำให้สไตล์ดนตรีมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ เนื้อเพลงภาษาอังกฤษและทำนองที่สอดประสานกันอย่างลงตัว ช่วยให้ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างง่ายดาย
อ้างอิงข้อมูลจาก: Anime Corner

0 ความคิดเห็น
ใช้บัญชีของเว็บไซต์โดยตรง ไม่ต้องเชื่อม Google หรือ YouTube