หากพูดถึงอนิเมะและมังงะแนวต่อสู้แฟนตาซีในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจคุ้นเคยกับระบบพลังที่เน้นการใช้เวทมนตร์หรืออาวุธเฉพาะตัว แต่สำหรับผลงานเรื่อง ‘ยมทูตกับภูตสาว’ (Yomi no Tsugai หรือ Daemons of the Shadow Realm) ผลงานชิ้นล่าสุดของอาจารย์ฮิโรหมุ อารากาวะ (ผู้เขียน Fullmetal Alchemist) กลับมีระบบพลังที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเน้นไปที่สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่เรียกว่า ‘ซึไก’ (Daemons) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบอสูรรับใช้หรือวิญญาณผู้พิทักษ์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกระบบพลังนี้กัน

‘ซึไก’ คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง?

ซึไก (หรือที่บางครั้งถูกเรียกในชื่ออื่น เช่น ปีศาจ, วิญญาณ หรือสัตว์ประหลาด) คือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่มีพลังมหาศาล พวกมันจะคอยรับใช้และปกป้องผู้เป็นนายตามคำสั่ง โดยซึไกไม่ได้หลอมรวมหรือถูกผนึกอยู่ในตัวผู้ใช้ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกเป็นของตัวเองและสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในการต่อสู้

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ ซึไกจะปรากฏตัวเป็นคู่เสมอ โดยชื่อ รูปลักษณ์ หรือความสามารถของพวกมันมักจะเชื่อมโยงกับแนวคิดที่เป็นคู่หรือตรงข้ามกัน เช่น:

  • ยูรุ: ครอบครองซึไกชื่อ "ซ้าย" (Left) และ "ขวา" (Right) ซึ่งเป็นซึไกสายพละกำลังที่มีร่างกายแข็งแกร่งและทนทานต่ออาวุธปืน
  • อาสะ: ครอบครองซึไกชื่อ "หยิน" (Yin) และ "หยาง" (Yang) ที่สามารถรวมร่างกันเป็นอสูรสี่ขาขนาดใหญ่และกักขังเป้าหมายไว้ในมิติอื่นได้
  • ฮารุโอะ: ครอบครองซึไกชื่อ "เต่า" (Tortoise) และ "กระต่าย" (Hare)
  • จิน: ครอบครองซึไกชื่อ "ไอ" (Ai) และ "มาโคโตะ" (Makoto) ซึ่งเป็นซึไกรูปร่างคล้ายปลา โดยตัวหนึ่งสามารถกลืนกินทุกสิ่ง ส่วนอีกตัวสามารถคายสิ่งของที่จำเป็นในการต่อสู้ออกมาได้

เงื่อนไขการทำสัญญาและการควบคุมในการต่อสู้

การที่มนุษย์จะครอบครองซึไกได้นั้นจำเป็นต้องทำ ‘สัญญา’ (Contract) โดยการใช้เลือดของตนเองทาลงบนตัวซึไก พันธนาการนี้จะคงอยู่ไปจนกว่าผู้เป็นนายจะเสียชีวิต หากนายเสียชีวิตโดยไม่ได้ส่งมอบซึไกให้แก่นายใหม่ พวกมันจะกลายเป็น "ซึไกเร่ร่อน" (Stray Daemons) ที่ติดอยู่กับสถานที่เฉพาะ และหากเวลาผ่านไปหลายสิบหรือหลายร้อยปีโดยไม่มีผู้ทำสัญญาใหม่ พวกมันก็จะสูญสลายไปในที่สุด

ในการต่อสู้ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าผู้ใช้ต้องควบคุมซึไกอย่างไร บางคนเลือกที่จะสั่งการอย่างเข้มงวดและให้ซึไกปกป้องตนเองตลอดเวลา ในขณะที่ยูรุเลือกใช้วิธีปล่อยให้ซึไกของตนตัดสินใจและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตราบใดที่บรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ซึไกไม่ใช่เครื่องมือไร้ชีวิต แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์ความรู้สึก หากผู้ใช้ปฏิบัติต่อพวกมันไม่ดี ก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายได้ เช่น ซึไกอาจเลือกที่จะทรยศไปทำสัญญากับคนอื่นแทน

พลังพิเศษของฝาแฝดแห่งคำทำนาย: ยูรุ และ อาสะ

นอกเหนือจากกฎทั่วไปแล้ว ยูรุและอาสะยังมีพลังพิเศษเฉพาะตัวเนื่องจากเป็นฝาแฝดตามคำทำนาย (แฝดชายหญิงที่เกิดก่อนและหลังรุ่งสางในวันราตรีเสมอภาค) ซึ่งทำให้ทั้งคู่เป็นเป้าหมายของหลายๆ ฝ่ายที่ต้องการครอบครองพลังนี้

  • พลังแห่งทิวาและราตรี: ยูรุซึ่งเป็นแฝดแห่งราตรีจะมีความสามารถในการต่อสู้สูงที่สุดในเวลากลางคืนหรือในความมืดมิด ขณะที่อาสะซึ่งเป็นแฝดแห่งทิวาจะทำงานได้ดีที่สุดในเวลากลางวันเนื่องจากเธอมีความกลัวความมืด
  • พลังแห่งการทำลายและผนึก (Break and Seal): อาสะได้รับพลังที่เรียกว่า "Break" (ทำลาย/เปิด) หลังจากที่เธอเคยเสียชีวิตและเดินทางไปยังรอยต่อระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย พลังนี้ทำให้เธอสามารถทำลายหรือเปิดสิ่งใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นประตู กำแพง ร่างกายมนุษย์ หรือแม้กระทั่งการทำลายสัญญาของซึไกคู่อื่น ในขณะที่ยูรุถูกกำหนดให้ได้รับพลังตรงข้ามอย่าง "Seal" (ผนึก/ปิด) ในอนาคต

ระบบพลังของ ยมทูตกับภูตสาว ถือเป็นระบบที่เข้าใจง่ายแต่แฝงไปด้วยกลยุทธ์และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับซึไกที่น่าติดตาม ซึ่งแฟนๆ ต้องมาร่วมลุ้นกันต่อไปว่ายูรุจะได้รับพลังผนึกเมื่อใด และจะมีความลับใดเกี่ยวกับซึไกถูกเปิดเผยออกมาอีกในอนาคต

อ้างอิงข้อมูลจาก: Crunchyroll News