บทสัมภาษณ์พิเศษทีมงานและนักพากย์อนิเมะ Witch Hat Atelier

ในฐานะหนึ่งในอนิเมะแนวแฟนตาซีที่ได้รับการจับตามองอย่างมากในปีนี้ Witch Hat Atelier (รังหมวกแม่มด) ยังคงได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่แฟน ๆ กำลังรอคอยการมาถึงของอนิเมะซีซันถัดไป ทางทีมงานและนักพากย์ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานอีเวนต์ในต่างประเทศเพื่อพบปะกับแฟน ๆ โดยล่าสุดพวกเขาได้เดินทางไปร่วมงาน AnimagiC ที่ประเทศเยอรมนี พร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมแจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟน ๆ ชาวสเปนและยุโรปอย่างใกล้ชิด

ทางสื่อต่างประเทศได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณอายุมุ วาตานาเบะ (Ayumu Watanabe) ผู้กำกับอนิเมะ, คุณเรนะ โมโตมุระ (Rena Motomura) ผู้พากย์เสียง โคโค่ (Coco) ตัวเอกของเรื่อง และคุณฮิโรสึงุ โอโกะ (Hirotsugu Ogo) โปรดิวเซอร์ของอนิเมะ เพื่อเจาะลึกถึงเบื้องหลังการทำงานในซีซันแรกและความรู้สึกหลังจากที่อนิเมะออกอากาศจบลง

หากเลือกใช้เวทมนตร์ในเรื่องได้ 1 อย่าง จะเลือกอะไร?

คุณโอโกะ (โปรดิวเซอร์): "ผมขอเลือกรองเท้าบินได้ครับ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทุกคนเคยใฝ่ฝันถึง นั่นคือการที่เราสามารถโบยบินบนท้องฟ้าได้จริง ๆ"

คุณโมโตมุระ (นักพากย์เสียงโคโค่): "ฉันอยากลองใช้เวทมนตร์น้ำเพื่อสร้างมังกรน้ำแบบที่คุณคีฟรี (Qifrey) ใช้ค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะดูซับซ้อนและใช้ยากมาก แต่ฉันคิดว่ามันเท่สุด ๆ ไปเลย"

ผู้กำกับวาตานาเบะ: "ผมขอเลือกเวทมนตร์ทำซ้ำ (Repetition Spell) ครับ เพื่อที่ผมจะได้เลื่อนกำหนดส่งงาน (เดดไลน์) ออกไปได้เรื่อย ๆ ตามที่ต้องการ (หัวเราะ)"

ความรู้สึกหลังอนิเมะซีซันแรกฉายจบและกระแสตอบรับจากผู้ชม

เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังจากที่อนิเมะซีซันแรกออกอากาศจบลง ผู้กำกับวาตานาเบะเผยว่า "ถ้าให้พูดตามตรง ผมไม่ได้รู้สึกโล่งใจเลยครับ กลับรู้สึกกดดันมากกว่าเดิมเสียอีกหลังจากที่เห็นกระแสตอบรับ (หัวเราะ) แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นมากที่จะได้ลุยงานในโปรเจกต์นี้ต่อไปครับ"

เสน่ห์ของ Witch Hat Atelier ที่ครองใจผู้คนทั่วโลก

คุณโอโกะได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับความน่าดึงดูดของผลงานเรื่องนี้ว่า "ผมคิดว่าเนื้อเรื่องต้นฉบับนั้นมีความแข็งแกร่งและน่าติดตามในตัวเองอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องราวแฟนตาซีที่อบอุ่นหัวใจซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงและมีอารมณ์ร่วมได้ง่าย โลกที่ถูกสร้างขึ้นในอนิเมะเรื่องนี้มีความพิเศษมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมรุ่นเยาว์หรือผู้ใหญ่ต่างก็สามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในวัยเด็กของตัวเองได้เช่นกัน"

การรักษาสมดุลระหว่าง 'แสงสว่าง' และ 'ความมืด' ในเนื้อเรื่อง

แม้ว่าโทนเรื่องโดยรวมจะดูสดใส แต่ในช่วงท้ายของซีซันแรกเริ่มมีการเผยให้เห็นถึงด้านมืดที่ซ่อนอยู่ ผู้กำกับวาตานาเบะได้อธิบายถึงการรักษาสมดุลในจุดนี้ว่า "ความมืดนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมีแสงสว่างครับ ในแง่หนึ่ง เวทมนตร์ก็เปรียบเสมือนเทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริงของเรา มันช่วยมอบสิ่งดี ๆ และทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็แฝงไปด้วยความเสี่ยง การรักษาสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการนำเสนอ และเนื่องจากเรื่องราวของ Witch Hat Atelier จะเริ่มมีความมืดมนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต การปูพื้นฐานและแสดงให้เห็นถึงด้านที่สว่างไสวอย่างเต็มที่ในซีซันแรกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเราครับ"

กฎเกณฑ์ของเวทมนตร์กับการดัดแปลงเป็นอนิเมะ

ผู้กำกับวาตานาเบะยังได้กล่าวถึงความท้าทายในการถ่ายทอดระบบเวทมนตร์ที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนในเรื่องว่า "การที่จะทำให้สิ่งไม่มีจริงในโลกแลดูสมจริงที่สุดนั้น คุณจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด และต้องถ่ายทอดรายละเอียดเหล่านั้นออกมาอย่างพิถีพิถัน หากเราไม่กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน เวทมนตร์เหล่านั้นก็อาจจะดูเลื่อนลอยและขาดความสมจริงในสายตาของผู้ชมได้ครับ"

การเตรียมตัวรับบท 'โคโค่' ของคุณเรนะ โมโตมุระ

ก่อนหน้านี้ผู้กำกับวาตานาเบะเคยกล่าวไว้ว่า นักพากย์ที่จะมารับบทโคโค่ควรเป็นเสียงที่มีความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดและยังไม่ถูกตีกรอบด้วยแนวคิดใด ๆ ซึ่งคุณโมโตมุระก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในซีซันแรก โดยเธอได้เล่าถึงการเตรียมตัวรับบทบาทนี้ว่า "ตอนที่ฉันเตรียมตัวรับบทโคโค่ ฉันไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ตายตัวขึ้นมาในหัวเลยค่ะ ฉันปล่อยให้ตัวเองถ่ายทอดความรู้สึกของโคโค่อย่างอิสระ ซึ่งนี่เป็นจุดร่วมที่ฉันและโคโค่มีเหมือนกัน นั่นคือการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความอิสระ นอกจากนี้ฉันยังคิดว่าทีมงานต้องมีเหตุผลที่เลือกฉันมารับบทนี้ ดังนั้นฉันจึงเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพวกเขาและพยายามแสดงตัวตนของโคโค่ออกมาให้สมจริงและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ"

อ้างอิงข้อมูลจาก: Anime Corner