Bear McCreary นักแต่งเพลงชื่อดังผู้มีผลงานเบื้องหลังภาพยนตร์ ซีรีส์ และเกมระดับโลกมากมาย เช่น The Lord of the Rings: The Rings of Power, God of War และ Godzilla: King of the Monsters ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับอัลบั้มเพลงร็อก-เมทัลใหม่ล่าสุดของเขา "The Singularity: Ekleipsis" พร้อมเผยถึงความหลงใหลในอนิเมะที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมวิสัยทัศน์ทางดนตรีของเขามาโดยตลอด

McCreary เปิดเผยว่า อนิเมะเป็นสิ่งที่เขาเปิดดูอยู่เสมอที่บ้าน โดยเขาเติบโตมากับผลงานของสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ของผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ รวมถึงอนิเมะระดับคลาสสิกอย่าง Ghost in the Shell, Akira และ Ninja Scroll ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการผสมผสานแนวดนตรีที่หลากหลายในผลงานของเขา ตัวอย่างเช่น เพลง "Tatarigami" ในอัลบั้ม The Singularity (2024) ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากเพลงเปิดของ โจ ฮิไซชิ ในภาพยนตร์อนิเมะ Princess Mononoke โดยเขานำจังหวะกลองไทโกะแบบญี่ปุ่นมาผสมผสานกับดนตรีเฮฟวี่เมทัลและการร้องเพลงแบบ Tuvan throat singing ร่วมกับวง Nine Treasures วงเมทัลจากมองโกเลีย

นอกจากนี้ McCreary ยังกล่าวว่าเขาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากการชมอนิเมะ โดยเฉพาะเพลงประกอบของ Akira และ Ghost in the Shell ที่เปิดโลกจินตนาการของเขาอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้เสียงร้องประสานเสียงในเพลงประกอบของ เคนจิ คาวาอิ ใน Ghost in the Shell ที่ผสมผสานดนตรีดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับคณะประสานเสียงสตรีบัลแกเรีย ซึ่งเป็นสุ้มเสียงที่ติดอยู่ในหัวของเขามานานกว่า 30 ปี จนในที่สุดเขาก็ได้นำคณะประสานเสียงสตรีบัลแกเรียมาใช้จริงในซีรีส์ The Lord of the Rings: The Rings of Power และในเพลง "Black Box" ที่เขาร่วมทำกับ Joe Duplantier นักร้องนำวง Gojira

ปัจจุบัน McCreary ยังคงติดตามอนิเมะยุคใหม่อยู่เสมอผ่านทางลูกสาววัย 12 ปีของเขา โดยเรื่องโปรดของเขาในขณะนี้คือ "ดาบพิฆาตอสูร" (Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba) รวมถึงเรื่องอื่น ๆ อย่าง DAN DA DAN, SPY x FAMILY และ My Hero Academia โดยเขายังเผยอีกว่ากำลังรอคอยภาพยนตร์อนิเมะภาคใหม่ของดาบพิฆาตอสูรอย่างใจจดใจจ่อ

อ้างอิงข้อมูลจาก: Crunchyroll News